สติปัฏฐาน๔ วิปัสสนา

Category Archives: บทความใหม่(New Article)

ควรเรียนต่อปริญญาเอกไหม

logo-สถาบัน-TH-2014-add-text-green copy

๒๗ เมษายน ๒๕๖๑

กราบสวัสดีค่ะอาจารย์ศุภวรรณ หนูเคยเข้าอบรมกับอาจารย์แล้วตั้งแต่ที่จุฬา แต่ก็หายหน้าไป ได้แต่เข้าไปฟังยูทูบของอาจารย์ ค่ะ มีคลิปหนึ่งที่อาจารย์บอกว่า การเรียนปริญญาตรี โท เอก เป็นการถูกเจอรี่ครอบงำ หนูสงสัยค่ะว่า หากเราสามารถแยกแยะว่า การเรียนทางโลก สามารถทำให้เรามีชีวิตในหน้าที่ การงานที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกัน เราก็ดำรงชีวิตอย่างมีสติ ทำอย่างนี้ได้ไหมคะ เพราะหนูก็ สับสนกับเรื่องนี้ไม่น้อยค่ะ ใจจริง หนูอยากเรียนต่อปริญญาเอก แต่เมื่อฟังอาจารย์แล้ว หนูก็ไม่ แน่ใจว่าจะเอาอย่างไรดี รู้สึกสับสนไม่น้อยค่ะ ขอรบกวนอาจารย์ช่วยอธิบายด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณอาจารย์ล่วงหน้าค่ะ วรนุช

 

[:th]อย่าทำตัวให้เสียชาติเกิดเป็นมนุษย์ และพบพระพุทธศาสนา[:]

logo-สถาบัน-TH-2014-add-text-green copy
[:th]
คนไทยโบราณมักพูดว่า…
   “อย่าทำตัวให้เสียชาติเกิดเป็นมนุษย์  และพบพระพุทธศาสนา”  ซึ่งเป็นคำพูดลึกซึ้งที่ชาวพุทธไทยส่วนมากยังไม่เข้าใจอย่างแท้จริงรวมทั้งดิฉันด้วย   จนกระทั่งได้มาเข้าอบรมคอร์ส  “พาตัวใจกลับบ้าน”  กับอาจารย์ศุภวรรณ กรีน ท่านนำหัวข้อหลักๆของพุทธศาสนาเพียงสามหัวข้อคือ  อริยสัจสี่  ขันธ์ห้า  และสติปัฏฐานสี่  มาอธิบายประสานกันอย่างกลมกลืน   จนผู้ฟังสามารถเชื่อมโยงหลักธรรมสำคัญทั้งสามข้อนี้เข้ากับชีวิตของตนเอง   และรู้ว่าจะนำข้อธรรมทั้งสามข้อนี้มาแก้ปัญหาชีวิตที่เป็นทุกข์ได้อย่างไร   ซึ่งต่างจากการฟังธรรมะโดยทั่วไปที่เมื่อฟังเสร็จแล้ว  ส่วนมากก็ลืม   หรือนำไปวางบนหิ้งพระ   ไม่นำมาปฏิบัติ   เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นทำจริงๆได้อย่างไร   ผู้ที่ผ่านการอบรมพาตัวใจกลับบ้าน   หากฟังอย่างจริงจังแล้วมักได้คำตอบที่ชัดเจนว่าจะนำคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เหมือนยาแก้ทุกข์กลับมากินเองที่บ้านได้อย่างไร
     อาจารย์ศุภวรรณสอนธรรมะให้ฝรั่งก่อนสอนคนไทย   ท่านจึงมีเทคนิคการสอนที่แตกต่างจากการสอนตามประเพณีจนมีผู้กล่าวว่า   “เป็นนวตกรรมใหม่แห่งการสอนธรรมะ”    The new innovation of teaching Buddhism.   โดยมีการใช้ภาพอุปกรณ์  เป็นสื่อการสอน  ตลอดจนการเปรียบเทียบต่างๆ  เช่น  ทอมกับเจอรี่  เพื่อช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจการทำงานของจิตใจซึ่งเป็นนามธรรมและเข้าใจยาก   นวตกรรมใหม่นี้ทำให้ผู้ฟังสามารถเห็นภาพได้ชัดเจน   จึงทำเรื่องยากและลึกซึ้งให้เป็นเรื่องง่าย   ที่แม้ผู้เริ่มสนใจพุทธศาสนาและเด็กๆก็ยังเข้าใจตามได้โดยไม่ยาก   จนคำว่า “เจอรี่” ได้กลายเป็นคำศัพท์ที่ใช้พูดกันติดปากในหมู่ลูกศิษย์ของอาจารย์ศุภวรรณไปแล้ว   คำศัพท์ง่ายๆเช่น “หนูเจอรี่” นี้ได้สื่อความหมายอันลึกซึ้งของเรื่องอริยสัจสี่ขันธ์ห้าและสติปัฏฐานหรือวิปัสสนาที่ขมวดเข้ากันได้อย่างกลมกลืน   พร้อมมีทางออกที่ชัดเจนในเรื่องการพาตัวใจกลับบ้านหรือกินยาแก้ทุกข์ไว้ด้วย
     หากท่านสนใจสัมผัสนวตกรรมใหม่แห่งการถ่ายทอดแก่นธรรมของพุทธศาสนาแล้ว   นี่เป็นโอกาสทองของท่าน   อาจารย์ศุภวรรณกลับมาสอนที่เมืองไทยเพียงปีละสามเดือนเท่านั้น   และตารางการสอนของปี๒๕๖๐/2017 ได้ออกมาแล้วปีนี้จะมีการสอนภาคภาษาอังกฤษที่เชียงใหม่ ภูเก็ต และกัวลาลัมเปอร์
     อาจารย์ศุภวรรณสามารถถ่ายทอดคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นภาษาอังกฤษโดยไม่จำเป็นต้องใช้คำบาลีเลย   แต่ใช้เหตุผลล้วนๆ ที่ทุกท่านติดตามได้ผู้ที่ฟังอังกฤษได้ควรลองฟังดู ขอให้รีบสมัครเพราะบางแห่งรับจำนวนจำกัด
 
 พิกุล  ไฟลค์
[:]