สติปัฏฐาน๔ วิปัสสนา

[:th]พุทธภูมิ สาวกภูมิ[:]

logo-ชมรม-TH-2014-200
[:th]

สวัสดีค่ะพวกเราทีมงาน

อาจารย์ขอแชร์ประสบการณ์และความรู้หลังจากไปกราบอาจารย์ทิพากร รินไทสง เมื่อวันพฤหัสที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๕ อจได้คำตอบเรื่องที่เราได้ถกกันไว้ว่าพระโพธิสัตว์เป็นอรหันต์หรือไม่   ลูกศิษย์บางคนคิดว่า ใช่ พระโพธิสัตว์ควรเป็นพระอรหันต์ก่อน มิเช่นนั้น จะมีแรงเสียดทานมาก ไม่สามารถสร้างบารมีของพุทธภูมิได้  อาจารย์จึงถามตรงๆในวันที่พบกับท่าน  อาจารย์ทิพากรตอบว่า ท่านยังเป็นปุถุชนอยู่ ซึ่งในใจของอจค้านว่าท่านไม่ได้เป็นปุถุชน ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ character ของท่านเปลี่ยนไปจาก ๖ ปีก่อนที่พบกันที่นครนายก ตอนนี้ท่านเปิดตัวเต็มที่ในฐานะเป็นพระโพธิสัตว์ที่กำลังสร้างบารมีพุทธภูมิ  ซึ่งมีบารมีมากล้น อจ.พยายามวกกลับมาถามเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ทำให้ตนเองพอใจ

 

คนที่ให้คำตอบคือ นิกรน้อย เป็นนักร้อง นักแหล่ ที่มีชื่อเสียงของอีสาน อ่านหนังสือของอจเรื่องอวดอุตริฯ เป็นเล่มแรก อ่านเสร็จ ก็เข้าใจสภาวธรรมของตนเอง ไปขอลาออกจากวง เพราะทำงานต่อไม่ได้ บอกว่าฝืนมาก และรู้ด้วยว่าตนเองกำลังเดินสายของพุทธภูมิอยู่  อยากจะลาพุทธภูมิหลายครั้ง แต่ก็ติดเจอรี่ตัวเสียดายว่าอุตส่าห์สร้างบารมีมามากโขอยู่

 

เมื่อทราบข่าวจากเอกว่า อจ.ศุภวรรณจะมาชัยภูมิ จึงขอพบ ได้พบกันที่ปัมน้ำมันแห่งหนึ่งที่ชัยภูมิ  บอกว่าอยากให้ อจ.ช่วยเคาะให้ลาออกจากพุทธภูมิหน่อย  อจ.เห็นว่าเรื่องนี้ควรเป็นการตัดสินใจของเจ้าตัวมากกว่า และอจก็ทำไม่เป็น ไม่เคยทำให้ใคร  จึงชวนไปหาอจทิพากรด้วยกันก่อน นิกรน้อยจึงช่วยนำทางพวกเราไปจุดที่อจทิพากรกำลังสร้าง “พระใหญ่ชัยภูมิ” เปรียบเหมือน “สะดือโลก” เพื่อพาชาวโลกให้รอดพ้นจากภัยพิบัติ หากสร้างเสร็จภายใน ๕ ปีนับจากนี้ โลกก็จะชะลอความหายนะได้ หากไม่เสร็จ ท่านบอกว่า “ตัวใครตัวมันนะ”

ที่จริง นิกรน้อยเคยไปร้องเพลง แหล่ในงานบุญของ อจ.ทิพากร แต่ไม่เคยได้คุยกันเป็นส่วนตัว นิกรน้อยได้ฟังคำถามของอจศุภวรรณว่าต้องการรู้อะไร ซึ่งอจทิพากรไม่ได้ตอบให้ ตอนเดินทางกลับกรุงเทพ นิกรน้อย จึงโทร.หา อจ. บอกว่าคำถามที่ อจ.ศุภวรรณถามอจทิพากรถึงสองสามครั้ง และยังไม่ได้คำตอบ นิกรน้อยสามารถตอบให้ได้ บอกว่าจะได้เป็นประโยชน์กับอจ.ที่จะนำไปสอนต่อ

 

 

นิกรน้อยจึงอธิบายสภาวะของพระโพธิสัตว์ อจ.ฟังแล้วเข้าใจทันที และยอมรับได้ว่านั่นเป็นคำตอบที่ทำให้หายสงสัยได้  เกาถูกที่คัน จะอธิบายรวบยอดโดยเอาคำตอบของทั้ง อจ.ทิพากรและของนิกรน้อยมาประสานกัน พระโพธิสัตว์ยังไม่ได้เข้านิพพาน เพราะยังมีเจอรี่ตัวเมตตาสงสารสรรพสัตว์อยู่  เจอรี่ตัวเมตตานี้เป็นเจอรี่ตัวใหญ่มากที่เป็นเหมือนตัวถ่วงให้พระโพธิสัตว์ทั้งหลายท่องเที่ยวในคุกชีวิตนี้ต่อไป   พระโพธิสัตว์จะไม่มีจิตโน้มไปสู่เรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มากเท่ากับคนที่เดินสายอรหัตภูมิ  แต่พระโพธิสัตว์ไม่ได้เป็นปุถุชนแน่นอน ซึ่งขัดกับสิ่งที่อจทิพากรพูดว่าท่านยังเป็นปุถุชน ตรงนี้ก็ต้องมาตีความคำว่า ปุถุชน ก่อน   หากเอาตามภาพพรมแดนข้ามโคตรที่ อจ.ศุภวรรณใช้ในงานอบรมธรรมแล้ว  ปุถุชนคือกลุ่มคนที่ไม่รู้เป้าหมายปลายทางชีวิต ไม่รู้เรื่องนิพพาน ไม่ได้ใช้ชีวิตใน “ร่องแห่งธรรม” อันมี ศีล สมาธิ ปัญญา  หากเอาหลักการเพียงเท่านี้  พระโพธิสัตว์ก็ไม่ใช่ปุถุชนแล้ว เพราะท่านรู้เป้าหมายเรื่องนิพพานดี จึงพยายามสร้างบารมีเพื่อพาคนไปนิพพาน    ในความหมายนี้ พระโพธิสัตว์จึงต้องข้ามโคตรมาแล้วแน่นอน เพราะมีเป้าหมายชีวิตชัดเจน มีศีล สมาธิ ปัญญา การปฏิบัติที่ชัดเจน จึงสามารถทำงานเสียสละได้เช่นนี้  ซึ่งประชากรในโคตรปุถุชนทำไม่ได้เด็ดขาด เพราะมีแรงเสียดทานจากความคิด (เจอรี่) ของตนเองมากเกินไป

 

หากจะวาดภาพเพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างพุทธภูมิกับอรหัตภูมิแล้ว  ก็ยังคงใช้ภาพพรมแดนข้ามโคตรเหมือนเดิม  แต่สายอริยโคตร (ทางสายเปลี่ยว) นั้นจะต้องแบ่งเป็นสองเส้น มีเกาะกลางถนนซึ่งเป็นข้อเปรียบเทียบของนิกรน้อย  สภาวะของพระโพธิสัตว์จะเดินขนานไปกับชาวอรหัตถภูมิ  มุ่งสู่ภูกระดึง เพียงแต่ชาวพุทธภูมิจะถูกรั้งไว้ด้วยเจอรี่ตัวใหญ่คือ “มหาเมตตาต่อชาวโลก” ทำให้ไม่โน้มไปสู่เรื่องการปล่อยวางอย่างสิ้นเชิงเพราะเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา  หลวงพ่อฤษีลิงดำบอกว่า พระโพธิสัตว์อยู่ได้ด้วยฌานโลกีย์ที่คุ้มครองท่านอยู่  จากการที่คุยกับ อจ.ทิพากรและงานช้างที่ท่านกำลังทำอยู่นั้น  คิดว่ากิเลสในเรื่องอื่นๆน่าจะหลุดร่อนหมดแล้วเหมือนชาวสาวกภูมิที่อยู่เมืองเลย หรือออกจากเมืองเลยมุ่งภูกระดึง  จึงมีขันติ ความอดทนที่สูงมาก จึงสามารถทำงานที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ได้โดยไม่มีแรงเสียดทานจากเจอรี่ ถามอจทิพากรว่ายังทุกข์ไหม ท่านบอกว่า ยังทุกข์อยู่ ทุกข์เรื่องจะหาเงินมาจากไหนเพื่อสร้างพระใหญ่ชัยภูมิให้เสร็จ (พูดแล้วท่านก็ยิ้ม) ท่านมีกองทัพเทวดาช่วยท่านอยู่

ฉะนั้น ชาวพุทธภูมิท่านใดที่ต้องการลาออกจากหน้าที่ของพุทธภูมิแล้วไซร้ ก็เหมือนกระโดดข้ามเกาะกลางถนนเข้าเส้นสาวกภูมิทันที

สภาวะภายในก็เหมือนชาวอริยโคตรทั้งหลายที่ได้ทำมาแล้วมากมาย สามารถเข้านิพพานได้ง่ายและเร็วมากเมื่อลาพุทธภูมิ

ฉะนั้น ก็สรุปได้ว่า พระโพธิสัตว์ไม่ได้เป็นปุถุชน และไม่ได้เป็นพระอรหันต์ อจคิดว่า น่าจะเปรียบเทียบได้กับสภาวะของคนเมืองเลยหรือออกจากเมืองเลย ที่ตัวตนหายไปมากโขแล้ว เหลือเพียงแต่ตัวตนที่อยากช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากทุกข์เท่านั้น พอลาพุทธภูมิ ก็จะสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้ง่ายมาก เพราะอยู่ปากประตูพระนิพพานแล้ว

นี่เป็นคำตอบที่ อจ.พอใจมาก เหมือนเกาถูกที่คัน ทำให้หายสงสัยได้ จะถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ตรงนี้อจเห็นว่าตอบยาก นี่เป็นความรู้ที่ลึกซึ้งมากโข น่าจะเป็นความรู้ในระดับพระศาสดามากกว่า  และที่จริงนี่ก็เป็นรายละเอียดที่ไม่ได้ทำให้ชาวสาวกภูมิไปนิพพานได้เร็วขึ้นหรือช้าลง เพียงตอบสนองต่อเจอรี่ตัวสงสัยเท่านั้น เมื่อหายสงสัยได้ ก็ปล่อยไป เดินหน้าไปนิพพานต่อ ไม่ต้องเครียดในเรื่องถูกผิด

ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบพระคุณทั้งอาจารย์ทิพากรที่กำลังใช้ชีวิตของพระโพธิสัตว์ให้เห็นอย่างจะจะและนิกรน้อยที่ช่วยเสริมให้ความแจ่มแจ้งแก่ อจ.ศุภวรรณ  เพื่อจะได้นำความรู้นี้ถ่ายทอดให้แก่ผู้ที่มีความสงสัยในเรื่องนี้

 

อจ.ทิพากรได้บอก อจ.ศุภวรรณด้วยว่า อีกสองปีจะไปอังกฤษ สถานที่ที่ท่านจะไปนั้น ภาพในนิมิตบอกว่า มีภูเขาด้านหนึ่ง ทะเลสาบสีมรกตอีกด้านหนึ่ง และมีทุ่งหญ้าซึ่งเป็นสีเหลือง (เดาว่าจะเป็นฤดูใบไม้ร่วง) และเดาว่าอาจจะเป็นทะเลสาบ Lockness ที่ Scotland ทางเหนือของเกาะอังกฤษ   ก็เป็นเรื่องอนาคตที่ต้องเฝ้าดูกันต่อไป ราวปี ๒๕๕๗/2014 จึงขอบันทึกไว้ ณ ที่นี้ก่อน

…………………………..

หลังจากที่ได้ส่งเมล์นี้เป็นครั้งแรกให้กับทีมงานบางคน ก็มีลูกศิษย์ที่ส่งคำสอนของอาจารย์หลวงพ่อฤษี ลิงดำ มาให้อ่านที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธภูมิ การวิเคราะห์ในเมล์นี้จะขัดแย้งกับสิ่งที่หลวงพ่อฤษี ลิงดำพูด ซึ่งท่านก็ลาพุทธภูมิเช่นกัน  ท่านบอกว่า พระโพธิสัตว์เป็นปุถุชน อันนี้ก็ไม่ว่ากัน แล้วแต่ใครจะตีความคำว่า “ปุถุชน” อย่างไรตามที่เขียนไว้ข้างบน จุดที่น่าสนใจคือ ท่านบอกว่า พระโพธิสัตว์ที่ได้สร้างบารมีเต็มเปี่ยมแล้วเช่นพระศรีอารย์มีจำนวนนับแสนได้ ล้วนกำลังรอบัตรคิวเพื่อพบพระพุทธเจ้าอยู่ที่สวรรค์ชั้นดุสิต แต่หากยังไม่มีโอกาสพบพระพุทธเจ้าเพื่อให้ท่านพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตแล้วละก็ ยังไม่ถือว่ามีคติที่แน่นอน คือ ยังไม่มีหลักประกันว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตอันไกลโพ้น จำเป็นต้องได้พบพระพุทธเจ้าองค์จริงๆ เห็นหน้ากันจะๆเสียก่อน  เหมือนพระพุทธเจ้าโคตมะของเราได้พบพระพุทธเจ้าทีปังกรในขณะที่เป็นสุเมธดาบส มาช่วยถางทางเดินให้แก่พระพุทธเจ้าทีปังกรและสาวกนับแสน ในที่สุด ก็ใช้ร่างกายทอดเป็นทางเดินในจุดที่ยังเป็นโคลนตมอยู่  เหตุการณ์นั้น ก็ได้ทำให้พระพุทธเจ้าทีปังกรพยากรณ์สุเมธดาบสว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในอีก ๔ อสงไขยกับแสนมหากัปข้างหน้า จนได้มาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเราในบัดนี้ เป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๔ ของภัทรกัปนี้

 

อาจารย์ทิพากรก็ได้พูดอย่างเปิดเผยว่า ท่านได้พบกับพระพุทธเจ้าโคตมะของเราเมื่อ ๒๖๐๐ ปีก่อนเช่นกัน ในชาตินั้น ท่านเกิดเป็นช้างป่าเลไลยกะ ได้ดูแลพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งที่ท่านปลีกวิเวกเข้าป่าเพื่อหนีภิกษุที่มัวแต่ทะเลาะกัน  ก็ได้ช้างป่าเลไลยกะนี้เป็นผู้ดูแลท่านในเรื่องเสนาสนะและอาหาร จึงได้รับการพยากรณ์ว่า จะได้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๑๐ ชื่อพระพุทธเจ้าสุมังคละ หากนับจากพระศรีอารย์เป็นองค์ที่หนึ่งนับจากนี้ (อ่านเรื่องอนาคตวงศ์ในคำนำหนังสือเรื่อง คู่มือชีวิตภาคกฎแห่งกรรม ของศุภวรรณ กรีน)  อาจารย์ทิพากรเป็นผู้มอบหนังสือเรื่องอนาคตวงศ์ให้แก่อจศุภวรรณเมื่อครั้งที่ได้พบกันเป็นครั้งแรกที่นครนายก ๒๕๔๙ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้อจศุภวรรณเขียนเรื่อง ดินแดนกัลปพฤกษ์ ตัวละครที่เป็นเจ้าอาวาสก็คือ character ของอาจารย์ทิพากรนั่นเอง และเพิ่มคำนำในหนังสือเรื่องคู่มือชีวิตภาคกฎแห่งกรรม เพื่อให้กำลังใจแก่ลูกศิษย์ที่อยากช่วยเหลือญาติใกล้ชิดที่ตนรักแต่คนเหล่านั้นไม่มีโอกาสข้ามโคตรในชาตินี้แน่นอน

เพื่อให้กำลังใจแก่ลูกศิษย์ที่อยากช่วยเหลือญาติใกล้ชิดที่ตนรักแต่คนเหล่านั้นไม่มีโอกาสข้ามโคตรในชาตินี้แน่นอน เพื่อให้รู้ว่า ยังมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้อีกถึง ๑๐ พระองค์นับจากนี้ 

อ่านสิ่งที่หลวงพ่อฤษีลิงดำพูดไว้ว่าพระโพธิสัตว์มีจำนวนนับแสนที่บารมีเต็มเปี่ยมแต่ยังไม่ได้บัตรคิวจากพระพุทธเจ้าแล้ว  ก็กลับมาคิดถึงนิกรน้อยเรื่องอยากลาพุทธภูมิ  วันที่พบกัน อจก็ไม่กล้าชวน เพราะเห็นว่าใครที่ปรารถนาพุทธภูมินั้นเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก เราเป็นเพียงสาวกภูมิจิ๋วๆไม่ควรก้าวก่ายสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า  แต่พอมาอ่านเรื่องที่หลวงพ่อฤษี ลิงดำพูด  จึงเข้าใจแล้วว่าทำไมเกจิอาจารย์ดังๆเช่นหลวงพ่อเอง หลวงตาบัวก็ยังลาพุทธภูมิกัน  เพราะมันยากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  แม้บารมีเต็มเปี่ยมแล้ว แต่หากยังไม่ได้พบพระพุทธเจ้า ก็ยังไม่มีหลักประกัน นี่เอง…ทำไมจึงมีพระพุทธเจ้ามาบังเกิดน้อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเช่นนี้  ยากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆทุกขั้นตอน คิดถึงตรงนี้ ก็อยากบอกนิกรน้อยว่า หากอยากลาพุทธภูมิ กระโดดข้ามเกาะกลางมาเดินทางสายเปลี่ยวของสาวกภูมิด้วยกัน ก็กระโดดข้ามมาเถิด  ก็ยังสามารถทำประโยชน์ได้มากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้เคยสร้างบารมีของพุทธภูมิมามากแล้วเช่นนี้  นิกรน้อยเป็นผู้ที่มีปัญญา สามารถช่วยงานของอาจารย์ศุภวรรณได้มาก

มาช่วยกันกวาดต้อนพาเพื่อนมนุษย์ไปนิพพานแม้ในชาตินี้ก็ยังดีค่ะ  จึงขอถือโอกาสฝากคำตอบนี้ให้นิกรน้อยด้วยนะคะ   

ก็ถือโอกาสเล่าเรื่องนี้ทิ้งไว้ให้แก่ลูกศิษย์ที่สนใจและอาจจะมีคำถามในเรื่องนี้อยู่ ขอย้ำว่าไม่เน้นเรื่องถูกผิด เน้นเรื่องช่วยให้หายสงสัยมากกว่า เมื่อหายสงสัยแล้ว จะได้เดินทางต่อไปนิพพานอย่างหมดสงสัย แน่นอน นี่พูดกับประชากรสาวกภูมิทั้งหลาย

เรื่องนี้ลึกซึ้งมาก ใครอ่านเข้าใจ ก็เรียกว่ามีบุญบารมีมาก ใครอ่านแล้วไม่เข้าใจ ก็อย่าเพิ่งลบหลูดูหมิ่น หาว่าเพ้อเจ้อนะคะ ระวังความคิดตนเองให้ดี อย่าทำบาปโดยไม่รู้ตัว

เมตตา
อจ.ศุภวรรณ

๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๕

[:]

6,180 thoughts on “[:th]พุทธภูมิ สาวกภูมิ[:]”