สติปัฏฐาน๔ วิปัสสนา

[:th]เห็นธรรมในธรรม[:]

logo-ชมรม-TH-2014-200
[:th]๓ มิย ๕๙

สวัสดีค่ะอาจารย์

หนูกราบขอบพระคุณอาจารย์ที่แชร์เรื่องการซาโตริของอจใน เรื่อง “การเห็นธรรมในธรรม” ค่ะ

จริงๆแล้วคำว่าเห็นธรรมในธรรมนี้แน่มากเลยนะคะ 555 หนูไม่เคยสนใจมาก่อน เพราะเหมือนภาษาท่องมากกว่า พออ่านที่อาจารย์ซาโตริแล้วคิดตาม เออ จริงแฮ่ะ มันตรงๆตัวอย่างนี้เลย การที่เรารับผัสสะบริสุทธิ์ในสัพเพธัมมา ในธรรม ในทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้า ที่นี่เดี๋ยวนี้ นั่นเอง คือสิ่งที่อาจารย์เคยบอกว่าบ้านทุกหลังมันเชื่อมต่อกัน แต่บอกอย่างแรกมันนามธรรม มันไม่ชัด แต่พอเข้าใจคำว่า “ธรรมในธรรม” เท่านั้น มันก็วกไปหาธรรมตัวแรกได้ตลอด เพราะธรรมตัวหลังนั้นก้อครอบคลุมทุกพิ้นที่ตลอดเวลา ทีนี้เลยเข้าไปดู ไปสังเกตุ เลยสนุกใหญ่

เคยได้ยินมาว่า เราจะเห็นความจริง เราต้องดูซื่อๆ ไม่แปรค่า ฟังแล้วก้องง ๆ ค่ะ 555 เพราะถ้ามองไปที่รถ แล้วก้อรู้ว่าเป็นรถนิน่า เราจะมองอย่างไรไม่ให้เป็นรถหรือ พยายามจะปรือตามอง ก้อไม่ชัด ก้อยังเป็นรถมัวๆอยู่ดี เห็นว่าไม่น่ารอดแน่เพราะมองด้วยตาปรือๆ จะเป็นตาที่มองความจริงตามความเป็นจริงได้อย่างไร..

มาตอนนี้ จากการเข้าไปแอบสังเกตุตัวธรรม จึงเข้าใจถึงคำที่อาจารย์เคยพูดว่าสภาวะผัสสะบริสุทธ์หรือสภาวะนิพพานเป็นไม้บรรทัดที่ตรงจริงๆ เพราะในขณะที่แปรค่าเป็นรถนั้น ปัจจุบันขณะตรงหน้าของทั้งหมด foreground background space สีสัน เสียงหลายๆเสียง ทุกการเคลื่อนไหวของทุกสิ่งตรงหน้า และตัวเราที่จุ่มอยู่ใน moment นั้นก้อหลุดออกมาสู่แค่การส่งตาไปประเมินและตีค่าว่าสิ่งนี้นี่คือรถ แค่ทีละอย่างเดียวๆๆ เคลื่อนไปในสิ่งที่เราจะตีความ.. ไม่ต่างจากการถูกถอดออกจากความจริง เนื่องจากความจริงไม่ได้มีสิ่งเดียวแต่พอเราจะพูดหรือตีความความจริงนั้นเท่านั้น ความจริงนั้นก้อจบไปไกล ไม่จริงแล้ว เคลื่อนไปจบไป เคลื่อนไปจบไป ไม่มีคำพูดคำแปรใดจะทาบไปพร้อมปัจจุบันขณะนั้นได้จริงๆ… เหมือนเข็มวินาทีที่เคลื่อนไปอย่างที่อาจารย์เคยพูดไว้เลยค่ะ หนูเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วค่ะอาจารย์ สาธุค่า

หนูค่ะ

 

๔ มิย ๕๙

สวัสดีค่ะหนู

อ่านข้อความที่หนูเขียนมา อจก็มองออกได้ว่า หนูเข้าใจคำว่า “เห็นธรรมในธรรม” ตามการซาโตริของอจได้ เข้าใจได้ถูกต้อง และอธิบายสภาวะได้ชัดเจนมากทีเดียว ผู้รู้ ผู้เห็นสภาวะนิพพานจริง ๆ จึงล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สภาวะนี้ต้องอยู่เหนือคำพูด ไม่มีความคิด หรือ คำพูดใด ๆ จะสามารถเจาะถึงสภาวะอันติมะนั้น ๆ ได้ แค่อ้าปาก ก็หายไปแล้ว อจจึงอยากคิดว่า ที่พูดว่า ทางสายกลาง คำว่า “กลาง ๆ” ที่พูดถึงบ่อยตัวนี้ น่าจะหมายถึงสภาวะนิพพานที่แต่ละคนจะต้องรู้จัก balance การเข้าถึงสภาวะกลาง ๆ นั้น จะต้องไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งจริง ๆ ตึงไปก็ไม่ได้ หย่อนไปก็ไม่ได้ ต้องปล่อยข้างในให้เงียบ ให้กลางจริง ๆ ต้องหยุดความคิดจริง ๆ ก็จะเข้าถึงธรรมตัวนั้นที่อยู่ท่ามกลางสัพเพธัมมาทั้งหลาย สนุกค่ะ เมื่อเข้าใจประโยคที่เราฟังจนชินหู แต่ไม่เข้าใจความหมาย แปลกันวุ่นวายไปหมด อจไม่เคยอยากแปลว่าหมายถึงอะไร วันไหน ปัจจัยพร้อม มันก็ “ซาโตริ” ของมันเองเฉยเลย ยังมีข้อธรรมอีกมากค่ะที่อจยังไม่เข้าใจ แต่จะไม่ปลุกปล้ำกับมัน ปล่อยให้ซาโตริเอง จะดีกว่า

ค่ะ อจขออนุโมทนา สาธุกับหนูนะคะ ที่เกิดปัญญาทางธรรมเช่นนี้ หากเข้าถึงสภาวะผัสสะบริสุทธิ์หรือนิพพานชิมลองได้เช่นนี้ ก็สามารถเอานิพพานเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริงแล้วค่ะ กลับเข้าไปหาบ่อย ๆ ก็จะอยู่อย่างเป็นสุขและตายอย่างเป็นสุข

เมตตา

อจศุภวรรณ[:]

5,710 thoughts on “[:th]เห็นธรรมในธรรม[:]”